
ถูกเลิกจ้างกะทันหัน ไม่ได้รับเงินชดเชย หรือถูกนายจ้างละเมิดสิทธิ? ทนายความคดีแรงงานของไทยธนา ลอว์ เฟิร์ม พร้อมเคียงข้างคุณตั้งแต่วันแรก — ประสบการณ์กว่า 20 ปี ชนะคดีในศาลแรงงาน ปรึกษาฟรีวันนี้
ทุกปี มีลูกจ้างในไทยหลายแสนคนถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับค่าชดเชยที่ถูกต้อง หรือถูกบังคับให้ลาออกโดยไม่รู้สิทธิของตนเอง นายจ้างบางรายอาศัยความไม่รู้ของลูกจ้างเพื่อหลีกเลี่ยงภาระทางกฎหมาย
ความจริงคือ — กฎหมายแรงงานไทยคุ้มครองคุณอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าว และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ปัญหาคือคุณต้องรู้วิธีใช้สิทธิเหล่านั้น
ทนายความคดีแรงงานของไทยธนา ลอว์ เฟิร์ม เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนี้มากว่า 20 ปี พร้อมช่วยคุณเรียกสิทธิคืน — ตั้งแต่การเจรจากับนายจ้าง จนถึงการฟ้องคดีในศาลแรงงาน
การเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ไม่บอกล่วงหน้า หรืออ้างเหตุที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ลูกจ้างมีสิทธิ์เรียกค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าว และค่าเสียหายเพิ่มเติมได้ เราช่วยตรวจสอบว่าการเลิกจ้างของคุณเข้าข่ายไม่เป็นธรรมหรือไม่ และดำเนินการเรียกค่าชดเชยทันที
นายจ้างจ่ายค่าชดเชยไม่ครบ ไม่จ่ายค่าจ้างค้างชำระ ไม่จ่ายค่าล่วงเวลา (OT) หรือไม่จ่ายวันหยุดพักผ่อนประจำปี — ทั้งหมดนี้เป็นสิทธิของคุณตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เราช่วยคำนวณยอดที่คุณควรได้รับและดำเนินการเรียกคืน
ความขัดแย้งเรื่องสัญญาจ้าง การย้ายงาน การลดตำแหน่ง หรือการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจ้างงานโดยไม่ยินยอม เราให้คำปรึกษาและเจรจาแทนคุณก่อนนำคดีขึ้นศาล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและรวดเร็วที่สุด
ถูกเลือกปฏิบัติเรื่องเพศ อายุ หรือสัญชาติ ถูกคุกคามทางเพศในที่ทำงาน หรือถูกกลั่นแกล้งโดยผู้บังคับบัญชา — กฎหมายแรงงานไทยและกฎหมายอาญาคุ้มครองคุณในกรณีเหล่านี้
เมื่อนายจ้างปิดกิจการ ยุบแผนก หรือย้ายฐานการผลิต ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยพิเศษตามอายุงาน เราช่วยให้แน่ใจว่าคุณได้รับทุกบาทที่ควรได้
ขั้นที่ 1 — ปรึกษาและประเมินคดี (ฟรี)
เล่าสถานการณ์ให้เราฟัง ทนายความจะวิเคราะห์ว่าคุณมีสิทธิ์เรียกร้องอะไรได้บ้าง และประเมินโอกาสชนะคดีเบื้องต้น — ไม่มีค่าใช้จ่าย
ขั้นที่ 2 — รวบรวมหลักฐานและเอกสาร
ทีมของเราช่วยรวบรวมหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นสัญญาจ้าง สลิปเงินเดือน หนังสือเลิกจ้าง หรือหลักฐานการสื่อสารกับนายจ้าง เพื่อสร้างคดีที่แข็งแกร่ง
ขั้นที่ 3 — เจรจากับนายจ้างก่อนฟ้อง
ในหลายกรณี การเจรจาโดยตรงสามารถแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วกว่าการขึ้นศาล เราเจรจาแทนคุณเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ดีและยุติธรรม
ขั้นที่ 4 — ฟ้องคดีในศาลแรงงาน (ถ้าจำเป็น)
หากการเจรจาล้มเหลว เราดำเนินการฟ้องคดีในศาลแรงงานกลาง หรือศาลแรงงานในท้องที่ โดยดูแลทุกขั้นตอนจนกว่าคดีจะสิ้นสุด
ขั้นที่ 5 — บังคับคดีและรับเงิน
เมื่อศาลมีคำพิพากษา เราดำเนินการบังคับคดีเพื่อให้คุณได้รับเงินจริงๆ ไม่ใช่แค่ชนะคดีในกระดาษ

✓ เชี่ยวชาญเฉพาะทาง — ทนายอภิชาติ เฮงรัตนกิจ เป็นวิทยากรบรรยายกฎหมายแรงงานให้องค์กรชั้นนำ รู้ทุกช่องทางกฎหมายแรงงานไทยอย่างลึกซึ้ง
✓ เจรจาก่อน ฟ้องทีหลัง — ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย หลายคดีจบได้โดยไม่ต้องขึ้นศาล
✓ โปร่งใสด้านค่าใช้จ่าย — แจ้งค่าธรรมเนียมชัดเจนตั้งแต่วันแรก ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
✓ ดูแลทั้งนายจ้างและลูกจ้าง — เข้าใจทั้งสองฝ่าย ทำให้วางกลยุทธ์คดีได้แม่นยำกว่า
ถูกเลิกจ้าง? อย่ารอช้า — มีอายุความ
คดีแรงงานมีอายุความ 10 ปี แต่หลักฐานจะหายเร็ว ยิ่งรีบปรึกษาเร็ว โอกาสชนะคดียิ่งสูง
ขอรับคำปรึกษาฟรี — ทนายโทรกลับ 24 ชม.ลูกจ้างจะมีสิทธิได้รับค่าชดเชย ในกรณีต่อไปนี้
กรณีที่ไม่ได้รับค่าชดเชย เช่น
การถูกเลิกจ้างไม่ใช่จุดจบ หากเราเข้าใจสิทธิที่กฎหมายคุ้มครองไว้ นายจ้างไม่สามารถเลิกจ้างเราโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ (ยกเว้นกรณีทำความผิดร้ายแรง) โดยเกณฑ์การจ่ายค่าชดเชยจะขึ้นอยู่กับ “อายุงาน” ดังนี้

เมื่อลูกจ้างถูกเลิกจ้างโดยที่ "ไม่มีความผิด" กฎหมายแรงงานกำหนดให้นายจ้างต้องจ่าย "เงินชดเชยเลิกจ้าง" (Severance Pay) เพื่อเป็นเงินทุนสำรองให้ลูกจ้างในระหว่างหางานใหม่ โดยอัตราการจ่ายจะขึ้นอยู่กับ อายุงาน และ เงินเดือนเดือนสุดท้าย ของลูกจ้าง
การนับอายุงานให้นับตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน (รวมช่วงทดลองงาน) ไปจนถึงวันสุดท้ายที่มีผลเลิกจ้าง
อายุงาน | อัตราค่าชดเชยที่ได้รับ |
120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี | เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน (1 เดือน) |
1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี | เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน (3 เดือน) |
3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี | เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน (6 เดือน) |
6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี | เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 240 วัน (8 เดือน) |
10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี | เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน (10 เดือน) |
20 ปีขึ้นไป | เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วัน (ประมาณ 13.3 เดือน) |
การคำนวณจะใช้ฐาน "เงินเดือนเดือนสุดท้าย" มาหาค่าจ้างรายวัน แล้วนำไปคูณกับจำนวนวันที่ได้รับสิทธิตามตารางด้านบน
ขั้นตอนที่ 1: หาค่าจ้างรายวัน
เงินเดือนเดือนสุดท้าย ÷ 30 วัน = ค่าจ้างรายวัน
ขั้นตอนที่ 2: คำนวณเงินชดเชยรวม
ค่าจ้างรายวัน × จำนวนวันชดเชย (ตามอายุงาน) = เงินชดเชยที่ต้องได้รับ
💡 ตัวอย่างการคำนวณ: พนักงานมีเงินเดือนสุดท้ายอยู่ที่ 30,000 บาท และทำงานมาแล้ว 4 ปี 5 เดือน
ค่าจ้างรายวัน: 30,000 ÷ 30 = 1,000 บาท/วัน
เทียบสิทธิอายุงาน: 4 ปี 5 เดือน จะจัดอยู่ในเกณฑ์ "3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี" ซึ่งได้สิทธิรับชดเชย 180 วัน
เงินชดเชยที่ต้องได้: 1,000 × 180 = 180,000 บาท
ได้ครับ หากมีหลักฐานว่าถูกกดดันหรือบังคับให้ลาออก ศาลแรงงานถือว่าเป็น "การเลิกจ้าง" ตามกฎหมาย ไม่ใช่การลาออกโดยสมัครใจ คุณยังมีสิทธิ์รับค่าชดเชยเต็มจำนวน
หากเจรจาตกลงกันได้ มักจบภายใน 1-3 เดือน หากต้องขึ้นศาลแรงงาน โดยเฉลี่ย 6-12 เดือน ศาลแรงงานกลางมีกระบวนการที่รวดเร็วกว่าศาลแพ่งทั่วไป
ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดีและยอดเรียกร้อง เราแจ้งค่าธรรมเนียมชัดเจนหลังรับฟังข้อเท็จจริงแล้ว ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง และปรึกษาครั้งแรกฟรีเสมอ
แนะนำให้ปรึกษาทนายความก่อนลงนามเอกสารใดๆ ที่นายจ้างนำมาให้ โดยเฉพาะหนังสือลาออก หนังสือยินยอมลดเงินเดือน หรือข้อตกลงประนีประนอม การลงนามโดยไม่เข้าใจสิทธิอาจทำให้เสียสิทธิ์ทุกอย่างในภายหลัง
ที่มาของข้อมูล : กรมแรงงาน
หมายเหตุ: ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไปทางกฎหมาย ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ ผลลัพธ์ของแต่ละคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพฤติการณ์แต่ละกรณี กรุณาปรึกษาทนายความเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณ
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor