บริษัทจ้างพนักงานเงินเดือน 23,000 บาท ทดลองงาน 120 วัน แล้วให้ออกหลังเริ่มงานเพียง 10 วัน เพราะเห็นว่าทำงานไม่ได้ตามมาตรฐาน บริษัทจ่ายค่าจ้าง 7,670 บาท และเชื่อว่าจบเรื่อง เพราะในหนังสือจ้างเขียนไว้ชัดว่าเลิกจ้างระหว่างทดลองงานได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
แต่คำพิพากษาฎีกาที่ 5249/2545 วินิจฉัยว่า ข้อตกลงดังกล่าวใช้ตัดสิทธิการบอกกล่าวล่วงหน้าไม่ได้ นายจ้างต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าอีก 26,833.33 บาท มากกว่าค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับจากการทำงานจริง
บทเรียนจากคดีนี้ชัดมาก: "ไม่ผ่านโปร" เป็นเหตุให้นายจ้างตัดสินใจไม่จ้างต่อได้ แต่ไม่ได้ทำให้สัญญาจ้างหรือกฎหมายคุ้มครองแรงงานหยุดใช้
📌 สรุปคำตอบสั้น ๆ
1. สัญญาจ้างทดลองงานถือเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา
2. การแจ้งไม่ผ่านโปรคือการเลิกจ้าง ถ้าให้ออกทันทีโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามรอบจ่ายค่าจ้าง นายจ้างต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
3. การทำงานยังไม่ครบ 120 วันมีผลต่อ "ค่าชดเชย" แต่ไม่ตัดสิทธิ "ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า"
4. ข้อความในสัญญาที่ให้นายจ้างเลิกจ้างได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงใช้บังคับไม่ได้
ประเด็นนี้อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงช่วงทดลองงาน อ่านภาพรวมได้จาก คู่มือสัญญาจ้างและข้อบังคับการทำงาน และดูวิธีแจ้งผลโดยตรงในบทความ พนักงานไม่ผ่านโปร ต้องแจ้งอย่างไร
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2544 บริษัทแห่งหนึ่งรับลูกจ้างเข้าทำงานตำแหน่งเจ้าหน้าที่ดูแลสินค้า ค่าจ้างเดือนละ 23,000 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันสิ้นเดือน
หนังสือจ้างกำหนดระยะทดลองงาน 120 วัน และระบุว่าในช่วงดังกล่าวบริษัทสงวนสิทธิเลิกจ้างเมื่อใดก็ได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและไม่ต้องแจ้งเหตุให้ทราบล่วงหน้า หากผลการทำงานเป็นที่พอใจจึงจะบรรจุเป็นพนักงานประจำ
วันที่ 26 เมษายน 2544 บริษัทบอกเลิกจ้างด้วยวาจา รวมอายุงาน 10 วัน และจ่ายค่าจ้าง 7,670 บาท ลูกจ้างไปร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 26,833.33 บาท
นายจ้างฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่ง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอน แต่พนักงานตรวจแรงงานอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกากลับคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง และวินิจฉัยเป็นหลักไว้ดังนี้
สัญญาระบุว่า หากผ่านทดลองงานนายจ้างจะจ้างต่อ แต่ถ้าไม่ผ่าน นายจ้างอาจเลิกจ้างเมื่อใดก็ได้ จึงยังไม่แน่นอนว่าสัญญาจะสิ้นสุดวันไหน สัญญาลักษณะนี้เป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา
เมื่อเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา การบอกเลิกต้องเป็นไปตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
มาตรา 17 เป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน นายจ้างกับลูกจ้างจะตกลงให้ลูกจ้างได้รับสิทธิน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไม่ได้
ข้อความที่ว่า "บริษัทมีสิทธิเลิกจ้างเมื่อใดก็ได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า" จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 แม้ลูกจ้างจะลงลายมือชื่อในสัญญาแล้วก็ตาม
ข้อยกเว้นที่นายจ้างไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าต้องเข้าเหตุตามกฎหมาย เช่น ลูกจ้างกระทำความผิดตามมาตรา 119 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน หรือเข้าเหตุตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583
คำว่า "ผลงานไม่ผ่านเกณฑ์ทดลองงาน" โดยตัวมันเองไม่ใช่ข้อยกเว้นดังกล่าว นายจ้างจึงยังต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือจ่ายเงินแทน
⚖️ เลนส์ทนายไทยธนา
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า... ช่วงทดลองงานเปิดทางให้นายจ้างเลิกจ้างได้ทันที เพราะลูกจ้างยังไม่เป็นพนักงานประจำ
แต่ในทางคดี ศาลและกฎหมายมักมองว่า... สัญญาทดลองงานยังเป็นสัญญาจ้างแรงงานที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา การให้ออกจึงต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือจ่ายเงินแทน เว้นแต่มีเหตุยกเว้นตามกฎหมาย
จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้... บริษัทมักมีสิทธิไม่รับลูกจ้างผ่านทดลองงาน แต่เสียคดีเพราะข้อความในสัญญา วันมีผลเลิกจ้าง และรอบจ่ายค่าจ้างไม่สอดคล้องกับกฎหมาย
ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ... HR ควรตรวจวันเริ่มงาน รอบจ่ายค่าจ้าง หลักฐานประเมิน และรายการเงินก่อนส่งหนังสือแจ้งผล ลูกจ้างควรเก็บสัญญา แบบประเมิน และหนังสือเลิกจ้างไว้ครบ
บริษัทจ่ายค่าจ้างทุกวันสิ้นเดือน และบอกเลิกจ้างวันที่ 26 เมษายน 2544 ซึ่งเป็นก่อนวันจ่ายค่าจ้างวันที่ 30 เมษายน
ตามหลักการบอกกล่าวในขณะนั้น การเลิกสัญญาจะมีผลเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป คือวันที่ 31 พฤษภาคม 2544 ช่วงตั้งแต่วันที่ 27 เมษายนถึง 31 พฤษภาคมรวม 35 วัน
ค่าจ้างเดือนละ 23,000 บาท คิดเป็นค่าจ้างรายวัน 23,000 ÷ 30 = 766.67 บาท เมื่อคูณ 35 วัน จึงเป็นเงิน 26,833.33 บาทตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน
ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่าคำว่า "ค่าตกใจหนึ่งเดือน" เป็นเพียงคำเรียกที่ใช้กันทั่วไป จำนวนเงินจริงไม่จำเป็นต้องเท่ากับ 30 วันเสมอ ต้องดูวันแจ้งเลิกจ้างและรอบจ่ายค่าจ้างของบริษัทประกอบกัน
คดีนี้ลูกจ้างทำงานเพียง 10 วัน จึงยังไม่ครบเกณฑ์ 120 วันสำหรับค่าชดเชยตามมาตรา 118 แต่ยังมีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เพราะนายจ้างให้ออกทันที
หากลูกจ้างทำงานครบ 120 วันขึ้นไปแล้วถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดตามมาตรา 119 นายจ้างต้องพิจารณาทั้งค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า แยกจากกัน
การต่อระยะทดลองงานไม่ทำให้อายุงานเริ่มนับใหม่ อายุงานต้องนับตั้งแต่วันทำงานวันแรก
✔ 1. ตรวจวันเริ่มงานและรอบจ่ายค่าจ้าง
อย่าดูเฉพาะวันที่ครบ 119 หรือ 120 วัน ต้องวางวันที่แจ้งผลให้สัมพันธ์กับรอบจ่ายค่าจ้าง หากต้องการให้ลูกจ้างออกทันที ให้เตรียมเงินสินจ้างแทนการบอกกล่าวไว้ด้วย
✔ 2. ประเมินด้วยหลักฐานที่ตรวจสอบได้
แบบประเมินควรมีเกณฑ์ คะแนน วันที่ ผู้ประเมิน และข้อเท็จจริงที่รองรับ หากมีปัญหาระหว่างทดลองงาน ควรแจ้งให้ลูกจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ควรรอถึงวันสุดท้ายแล้วแจ้งเพียงว่า "ไม่ผ่าน"
✔ 3. ทำหนังสือแจ้งผลให้ชัด
หนังสือควรระบุวันมีผล เหตุจากการประเมิน เงินที่จ่ายในวันสิ้นสุดการจ้าง และรายการทรัพย์สินที่ต้องส่งคืน หากนายจ้างอ้างความผิดตามมาตรา 119 ต้องระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุเลิกจ้างไว้ในหนังสือหรือแจ้งในขณะเลิกจ้าง จะยกเหตุใหม่ขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้
✔ 4. อย่าบังคับให้เขียนใบลาออกแทน
การให้ลูกจ้างเขียนใบลาออกเพื่อจัดเอกสารให้ง่ายขึ้นเปลี่ยนฐานของเรื่องจาก "นายจ้างเลิกจ้าง" เป็น "ลูกจ้างลาออก" และอาจก่อข้อพิพาทเรื่องการบังคับหรือหลอกให้ลงนามตามมา
✔ 5. จ่ายเงินและออกเอกสารให้ครบในวันที่กฎหมายกำหนด
ตรวจค่าจ้างค้างจ่าย ค่าล่วงเวลา เงินประกันการทำงาน และเงินอื่นที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ พร้อมออกหนังสือรับรองการทำงานตามที่กฎหมายกำหนด
ขอหนังสือแจ้งผลหรือหนังสือเลิกจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร ตรวจวันที่เริ่มงาน วันแจ้งผล วันจ่ายค่าจ้าง และวันที่ให้ออกจากงาน เก็บสัญญาจ้าง สลิปเงินเดือน แบบประเมิน และข้อความที่คุยกับหัวหน้างานไว้ให้ครบ
หากได้รับเอกสารให้เซ็น ควรอ่านว่ามีข้อความลาออกเอง ยอมรับเงินครบถ้วน หรือสละสิทธิเรียกร้องหรือไม่ การลงชื่อว่าได้รับเอกสารกับการลงชื่อยอมรับเนื้อหาอาจมีผลต่างกัน
ไม่ผ่านโปร นายจ้างเลิกจ้างได้ไหม
ได้ หากผลการประเมินไม่เป็นที่พอใจและมีข้อเท็จจริงรองรับ แต่ต้องทำขั้นตอนเลิกจ้างให้ถูก จ่ายเงินที่กฎหมายกำหนด และยังอาจถูกโต้แย้งเรื่องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมหากเหตุผลไม่มีน้ำหนักหรือมีพฤติการณ์กลั่นแกล้ง
ทำงานไม่ครบ 120 วัน ได้ค่าตกใจไหม
ได้ หากถูกให้ออกทันทีโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย เกณฑ์ 120 วันใช้กับค่าชดเชย ไม่ใช่สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
สัญญาเขียนว่าเลิกจ้างระหว่างโปรได้ทันที ใช้ได้หรือไม่
ใช้ตัดสิทธิขั้นต่ำตามกฎหมายไม่ได้ คำพิพากษาฎีกาที่ 5249/2545 วินิจฉัยว่าข้อตกลงที่ขัดกับมาตรา 17 ตกเป็นโมฆะ
แจ้งล่วงหน้า 30 วันพอหรือไม่
ไม่ควรยึด 30 วันเป็นสูตรตายตัว ต้องดูรอบจ่ายค่าจ้าง วันที่แจ้ง และวันที่ต้องการให้การเลิกจ้างมีผล หรือใช้สิทธิตามมาตรา 17/1 โดยจ่ายเงินแทนในวันที่ให้ออกจากงาน
นายจ้างให้หยุดงานทันที แต่จ่ายค่าบอกกล่าวแทนได้ไหม
ได้ หากคำนวณสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามรอบจ่ายค่าจ้างและชำระเงินอื่นที่ลูกจ้างมีสิทธิให้ครบ การออกเอกสารและระบุวันมีผลต้องตรงกับข้อเท็จจริง
คำว่า "ไม่ผ่านโปร" ไม่ได้ทำให้สิทธิตามสัญญาจ้างหายไป นายจ้างมีสิทธิประเมินและยุติการจ้าง แต่ต้องกำหนดวันมีผลและชำระเงินให้ถูก ลูกจ้างทำงานเพียง 10 วันก็อาจมีสิทธิได้ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า หากถูกให้ออกทันทีโดยไม่มีเหตุยกเว้นตามกฎหมาย จุดตัดสินคดีจึงอยู่ที่สัญญา รอบจ่ายค่าจ้าง เอกสารประเมิน และวิธีแจ้งผลจริง
🔗 บทความที่เกี่ยวข้อง
📞 ให้ทนายประเมินเอกสารและทางเลือกก่อนตัดสินใจ
บริษัท ไทยธนา ลอว์ เฟิร์ม จำกัด ให้คำปรึกษาคดีแรงงานและข้อพิพาททางธุรกิจ ดูรายละเอียดบริการได้ที่ ทนายคดีแรงงาน กรุงเทพ
บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะคดี เพราะแต่ละกรณีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานประกอบ
Powered by Froala Editor